จากนวนิยายสู่ภาพยนตร์ “52 เฮิรตซ์…คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน”

52ヘルツのクジラたち 52 เฮิรตซ์...คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

จากนวนิยายที่มียอดขายกว่า 850,000 เล่มสู่ภาพยนตร์เรื่ง “52 เฮิรตซ์…คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน”

จากผลงานต้นฉบับของ มาจิดะ โซโนะโกะ “52 เฮิรตซ์…คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน” (52ヘルツのクジラたち) นวนิยายขายดีที่ได้รับรางวัล Japan Bookseller’s Award 2021 และมียอดขายกว่า 850,000 เล่ม กับการเป็นวาฬเพียงตัวเดียวในโลกที่ส่งเสียงด้วยความถี่สูงจนวาฬตัวอื่นไม่ได้ยินของมัน ไม่มีเพื่อน ไม่มีฝูง ไม่สามารถติดต่อกับวาฬตัวไหนบนโลกนี้ได้ วาฬตัวอื่น ๆ ก็ไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของมันได้ กลายเป็นวาฬที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก สู่ภาพยนตร์ในชื่อเรื่องเดียวกัน

52 เฮิรตซ์...คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

ฮานะ ซูกิซากิ รับบท คิโกะ มิชิมะ หญิงสาวผู้มีแผลใจซึ่งถูกคนในครอบครัวผลักไสมาทั้งชีวิต และเพราะความเจ็บปวดเธอจึงย้ายไปเมืองชายทะเล และที่นั่นเธอได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง (รับบทโดย โทริ คุวานะ) ที่ถูกแม่เรียกว่า “มูชิ” ที่แปลว่า แมลง เขาถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกายมาตลอดและไม่สามารถส่งเสียงได้ การเผชิญหน้ากับเขาทำให้ความทรงจำในอดีตหวนคืนมา และทำให้เธอนึกถึงอันโกะ โอคาดะ (รับบทโดย จุน ชิซง) ซึ่งได้ยินเสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือเงียบๆ ของมิชิมะ และคอยให้ความช่วยเหลือเธอ นี่คือเรื่องราวความรักที่อบอุ่นหัวใจซึ่งเกิดจากการเผชิญหน้ากับหัวใจที่โดดเดี่ยว ร้องไห้ และโหยหาความรักด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน เขียนบทโดย อิซูรุ นารุชิมะ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Rebirth และ Father of the Milky Way Railroad

ตัวอย่างภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยเสียงวาฬร้องใต้น้ำ กับการตั้งคำถามของมิชิมะว่า “นี่คือเสียงวาฬหรือเปล่า” ก่อนจะตัดเข้าฉากที่มิชิมะได้พบกับมูชิ พร้อมเสียงของอันโกะที่เคยบอกกับเธอไว้ว่า “เสียง 52 เฮิรตซ์ของวาฬตัวนี้เป็นเสียงที่วาฬตัวอื่นๆ ไม่สามารถได้ยินได้ ว่ากันว่าเป็นวาฬที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก”

ก่อนตัวอย่างจะเริ่มเล่าถึงช่วงเวลาทับซ้อนกันของทั้งมิชิมะและมูชิที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายจากคนในครอบครัว และอันโกะที่เข้ามาช่วยชีวิตของมิชิมะไว้ได้ทันเวลาพร้อมกับถามเธอว่า “ทำไมคุณถึงอยากตายล่ะ?” กับคำตอบที่แสนทรมานจิตใจ “แม่ของฉันบอกว่าคนที่ควรตายไม่ใช่พ่อของฉัน แต่เป็นฉันที่ควรตาย ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะตาย…” และคำปลอบโยนจากอันโกะที่บอกกับเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “มิชิมะซัง มาลองใช้ชีวิตใหม่กันเถอะ'” และเธอตอบกลับพร้อมน้ำตาว่า “ฉันอยากมีชีวิตอยู่…!”

52 เฮิรตซ์...คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

หลังจากนั้น มิชิมะเผชิญกับเหตุการณ์อีกหลากหลาย ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่เมืองชายทะเลและได้พบกับมูชิ พร้อมฉากที่อันโกะบอกกับเธอว่า “ฉันขอภาวนาให้คิโกะมีความสุข” “เสียงนั้น เธอจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน” ซึ่งหลังจากมิชิมะได้รับข้อความอันทรงพลังดังกล่าวที่นำมาซึ่งความหวัง มิชิมะจึงมุ่งมั่นที่จะปกป้องเด็กชายคนนี้ พร้อมพูดว่า “ฉันตัดสินใจแล้ว ขอฉันได้ยินเสียงของเธอหน่อยเถอะ แล้วฉันจะปกป้องมันเอง”

1 มีนาคม 2024 นี้ในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น หวังว่าบ้านเราจะมีโอกาสได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเหมือนกันนะ

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *