การเติบโตทางจิตวิญญาณ วัฏจักรแห่ง Prema ของ Fujii Kaze
ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว หลังจากที่ ‘Prema’ อัลบั้มเต็มชุดที่ 3 และนับเป็นอัลบั้มเต็มภาษาอังกฤษชุดแรกของ Fujii Kaze ปล่อยออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา อัลบั้มเต็มที่ถือเป็นการท้าทายในการสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ในโลกที่เต็มไปด้วยดนตรีและบทเพลงมากมายที่ถูกปล่อยออกมาในแต่ละวัน ด้วยบทเพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด รวมทั้งการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนใหม่

สิ่งแรกที่เราสรุปได้อย่างคร่าว ๆ หลังจากฟังอัลบั้มนี้จบหนึ่งรอบคือ ฟูจิอิ คาเสะ ยังคงเน้นย้ำถึงการมองโลกในแง่ดีและการส่งมอบความรักไปยังผู้คนที่ฟังเพลงของเขา เขายังคงเน้นย้ำว่า “ความรักไม่ใช่สิ่งที่ต้องค้นหา แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวเรา – เราทุกคนล้วนคือความรัก” อย่างที่เขาเฝ้าพร่ำบอกกับเราเรื่อยมา
คำว่า ‘Prema’ เป็นภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “ความรักอันสูงสุด” เป็นเนื้อหาที่ ฟูจิอิ คาเสะ ตั้งใจถ่ายทอดผ่านบทเพลงของเขามาโดยตลอด เขาพูดถึงอัลบั้มนี้ว่า “อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่บริสุทธิ์ เรียบง่าย และทำให้อารมณ์ดี สำหรับผมมันเป็นมากกว่าดนตรี แต่เป็นวิถีชีวิต ในอัลบั้มนี้ ผมอยากจะเป็นความรักด้วยตัวของผมเอง ไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัว เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ และเป็นความรักอันสูงสุดอย่าง Prema”
และ OF THE DAY เชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้จากทั้ง 9 เพลงที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ ด้วยน้ำเสียงที่มีความคลาสสิกแต่สดใหม่ ความเป็นผู้ใหญ่แต่มีความอ่อนเยาว์และอบอุ่น และด้วยดนตรีที่ครอบคลุมหลากยุคหลายแนวเพลง ผ่านการเติบโตทางจิตวิญญาณของเขาตลอด 27 ปีที่ผ่านมาจนกลายเป็นอัลบั้มนี้ที่สามารถสื่อสารไปยังคนฟังได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
และหากจะกล่าวว่าอัลบั้มนี้ทำให้เราเข้าใจคำว่า ‘ความรัก’ ได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นก็คงไม่เกินจริงนัก ความรักที่เริ่มต้นจากการเรียนรู้ความเจ็บปวด ตระหนักรู้ เปลี่ยนแปลง ตื่นรู้ และยอมรับจนกลายเป็น ‘Prema’ หรือ “ความรักอันสูงสุด” นั่นคือสิ่งที่ OF THE DAY ได้เรียนรู้จากอัลบั้มล่าสุดของชายที่มีชื่อว่า ‘ฟูจิอิ คาเสะ’

วัฏจักรแห่ง Prema: เจ็บปวด ตระหนักรู้ เปลี่ยนแปลง ตื่นรู้ และยอมรับ
เริ่มต้นวัฏจักรแห่ง Prema นี้ด้วยเพลงป็อปร็อกจังหวะกลาง ๆ ที่มีกลิ่นอายของแจ๊สแฝงอยู่ด้วยอย่าง ‘Casket Girl’ กับการมีชีวิตอยู่ราวกับเป็นคนตาย ติดอยู่กับความเศร้าและความมืดมน ที่รอคอยแสงสว่างและอิสระมาเยือน ต่อด้วยเพลง ‘I Need U Back’ เพลงฟังก์-ป๊อปที่ได้แรงบันดาลใจจากยุค 80s ที่บอกเล่าการเผชิญหน้าความเจ็บปวดจากความรักที่สูญเสียไป เป็นจุดเริ่มต้นที่สื่อถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหลีกหนีจากความทุกข์ทรมาน
ต่อด้วยเพลง ‘Hachikō’ ที่ยกระดับอารมณ์ด้วยทำนองที่สนุกสนาน ติดหู และเสียงซินธ์ที่ไพเราะ เปรียบเปรย “การรอคอย” ของฮาจิโกะกับความรักที่บริสุทธิ์และไร้เงื่อนไข ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรามองว่าการรอคอยนี้อาจไม่ได้เป็นการรอคอยความรักจากใครสักคน แต่อาจเป็นการรอคอยความรักที่มีอยู่แล้วภายในตัวตนของตัวเราเอง ที่เราจะพบได้ใน ‘Love Like This’ เพลงจังหวะเรโทรซัมเมอร์ที่ถือเป็น 1 ใน 3 เพลงที่ OF THE DAY ชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้ เพลงที่มีความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความฝัน เปี่ยมไปด้วยความรัก และสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา สำหรับเรามันคือช่วงของการตระหนักได้ถึงความรักแห่งวัฏจักร Prema มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ และมันคือสิ่งที่เราจะรู้สึกได้ทันทีในวินาทีที่เราสามารถค้นพบความรักที่อยู่ในตัวตนของเราเอง
และเมื่อเราสามารถตระหนักรู้ถึงความรักที่มีอยู่ในตนเองได้แล้ว การเข้าใกล้ปรัชญา ‘Prema’ จึงอยู่ไม่ไกล เป็นความรักที่ไม่ได้เป็นเพียงอารมณ์ความรู้สึก แต่เป็นความรักที่เกิดจากการฝึกฝนจนกลายเป็นวิถีชีวิต เป็นอีกเพลงที่สัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใย ของฟูิจิอิ คาเสะ ได้อย่างชัดเจน ผ่านเพลงอาร์แอนด์บีที่แฝงกลิ่นอายกอสเปลเบา ๆ พร้อมกับการยกกองมาถ่ายทำกันถึงประเทศไทยที่เผยให้เห็นบรรยากาศสบาย ๆ และภาพความสวยงามของผู้คน เมืองไทย พร้อมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม
อย่างไรก็ตาม อารมณ์เศร้าโศกผ่านดนตรีแนวอาร์แอนด์บียังคงดำเนินต่อไปในเพลง ‘It Ain’t Over’ ที่ฟูจิอิ คาเสะ เปลี่ยนความรู้สึกด้านลบให้กลายเป็นด้านบวก สื่อถึงความเข้าใจและความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือเจ็บปวด หากเรายังคงยึดหลักปรัชญาแห่งความรักอันสูงสุดนี้ไว้ สิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ความรัก ความทรงจำที่มีจะยังไม่สิ้นสุดลง
Everything that you want is in you
ก่อนจะเข้าสู่เพลงบัลลาดให้กำลังใจอย่าง ‘You’ ซึ่งเป็นอีกเพลงที่เราชอบมากที่สุดในอัลบั้มนี้ โดยเฉพาะเนื้อเพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนมี ฟูจิอิ คาเสะ คอยนั่งอยู่ข้าง ๆ เป็นผู้ฟังและคอยปลอบโยนเราผ่านเสียงร้องที่อบอุ่น และเป็นเพลงที่เราเชื่อเหลือเกินว่าในช่วงเวลาที่เรากำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ฉันไม่ดีพอเหรอ” “ฉันไม่เก่งพอเหรอ” หากได้ฟังเพลงนี้ You จะทำให้เรามองเห็นสิ่งดี ๆ ในตัวเองได้ชัดเจนขึ้น และคอยเตือนสติเราว่า “Everything that you want is in you“
และเมื่อตัวตนของเราและความรักที่มีอยู่ในตัวเราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ความสูญเสียและความโศกเศร้าในอดีตก็ไม่อาจรั้งเราไว้ได้อีกต่อไป เพลง ‘Okay, Goodbye’ ที่เริ่มอินโทรด้วยเสียงเปียโนเศร้า ๆ ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์เป็นเพลงอาร์แอนด์บีจังหวะสนุกสนานให้ความรู้สึกของการพบเจอแสงสว่าง พบเจออิสระ พบเจอความจริงแห่งรักในที่สุด
และปิดท้ายด้วย ‘Forever Young’ ที่ทำให้เราตกหลุมรักตั้งแต่อินโทร เพลงบัลลาดอันอ่อนโยนที่ผสมผสานกับเสียงซินธ์เพราะ ๆ และการสื่อถึงความรู้สึกถึงการค้นพบความสงบสุขในที่สุด ฟังมาถึงเพลงนี้มันทำให้เรารู้สึกว่ามันคือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มันคือความเยาว์วัยอันเป็นนิรันดร์ ตราบใดที่เรายังพึงระลึกถึงปรัชญาแห่งความรักอันสูงสุด ความรักที่มีอยู่ในตัวตนของเราเองที่ ฟูจิอิ คาเสะ พร่ำบอกตลอดมาใน 8 เพลงก่อนหน้านี้ เราจะยังคงใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและเป็นไปตามที่หัวใจต้องการได้ตลอดไป

และนี่คือสิ่งที่เราได้สัมผัส เรียนรู้ และดำดิ่งไปกับอัลบั้มล่าสุดของ ฟูจิอิ คาเสะ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อัลบั้มที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเขา ที่ถ้าพูดถึงเรื่องดนตรี เราขอสารภาพตามตรงเลยว่าเรายังคงชอบอัลบั้มที่ได้โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่นอย่าง Yaffle เป็นคนดูแลมากกว่า อาจเพราะความคุ้นเคยกับการออกแบบเสียงที่ประณีตและละเอียดซึ่งช่วยขับเน้นเสียงเปียโนและเสียงร้องของ ฟูจิอิ คาเสะ ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งความละเอียดอ่อนในห้วงอารมณ์ที่ถ่ายทอดผ่านภาษาญี่ปุ่น ที่พอมาอยู่ในรูปแบบภาษาอังกฤษแล้ว เรารู้สึกว่ามันมีบางอย่างในเอกลักษณ์ของ ฟูจิอิ คาเสะ จางหายไป
อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าสิ่งหลักที่เขาอยากจะสื่อสารนั้นไม่ได้หายไปไหน และยังขยายไปยังผู้คนในกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย อัลบั้มนี้จึงถือเป็นอีกก้าวในการเติบโตของฟูจิอิ คาเสะ ที่ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจที่จะส่งมอบความรักไปยังเพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดีกับอัลบั้มที่มีชื่อว่า ‘Prema’
ฟังอัลบั้ม Prema ของ Fujii Kaze: คลิก
“18 บทเพลงที่เบ่งบานใน Best of Fujii Kaze 2020-2024 ASIA TOUR in Bangkok“: คลิก

