สนุก มัน โจ๊ะ ครบ จบ ใน Kroi Live in Bangkok 2025
ต้องบอกเลยว่าวันที่ 30 พฤศจิกายน 2025 ถือเป็นอีกวันในชีวิตที่ตัดสินใจยากมาก เพราะเป็นวันที่ต้องเลือกระหว่าง 2 วงที่อยากดูไลฟ์มาก ๆ ไม่ต่างกันอย่าง Suchmos และ Kroi (ถ้ามี Time-Turner ของเฮอร์ไมโอนีก็คงจะหยิบขึ้นมาใช้แบบไม่ลังเลอะไรแล้ว) แต่สุดท้ายก็จัดสินใจเลือกไปดู Kroi Live Tour 2025 – ASIA in Bangkok ด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือช่วงสองสามเดือนนี้เรากำลังอินเพลงของวงนี้หนักมาก

โดยเฉพาะเพลง Jewel และ HAZE รวมทั้งสถานที่จัดยังเดินทางสะดวก และที่สำคัญคือไม่รู้จะมีโอกาสได้ดูวงเล่นในสเกลไลฟ์เฮาส์แบบนี้อีกเมื่อไร นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราตัดสินใจมาดูไลฟ์ของวงดนตรี 5 ชิ้นที่ฟอร์มวงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 และนำเสนอดนตรีที่ผสานอิทธิพลจากหลากหลายแนวเพลง ทั้งอาร์แอนด์บี ฟังก์ โซล ร็อก และฮิปฮอป
หลังวงเปิดอย่าง FORD TRIO เล่นจบไปด้วยความสนุก ไฮป์จนแก๊งแฟนเพลงญี่ปุ่นผู้หญิงที่ยืนข้าง ๆ เราโยกกันหัวหมุนแล้ว Kroi ก็ขึ้นเวทีมาพร้อมกับการเล่นเพลงสุดโจ๊ะของ FORD TRIO อย่างเพลง 1-100 สั้น ๆ ก่อน เรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มทั่วไลฟ์เฮาส์ พร้อมฮุคแรกของ “Selva” อีกสั้น ๆ ประหนึ่งเป็นการซาวด์เช็กอีกรอบ

ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาของไลฟ์อย่างแท้จริงกับเพลงแรกซึ่งเป็นเพลงหลักของวงมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ อย่าง “Monster Play” แล้วได่ระดับความมันต่อด้วย “Noob” กับเสียงร้องของอุจิดะและซาวด์กีตาร์สุดเจ๋งที่ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง
ค่ำคืนที่ทุกเครื่องดนตรีมีพื้นที่ของตัวเอง
ก่อนถึงคิวเพลงฮิต โยกสนุกอย่าง “Sesame” จากอัลบั้ม Unspoiled ที่เราตั้งตารอฟังท่อนแร็ปมาก ๆ ต่อด้วย “Amber” ที่โยกสนุกไม่แพ้กัน พร้อมท่อนติดหูอย่าง Oh 染めよう 染めよう 染めよう yeah แล้วเข้าสู่เพลง “侵攻” (Shinko)

และเพลงที่เราตั้งตารอคอยที่จะได้ฟังสด ๆ กับหูตัวเองสักครั้งอย่าง “HAZE” ที่พอได้ฟังสด ๆ แล้วชอบซาวด์คีย์บอร์ดของชิบะเพลงนี้มาก ๆ (แต่ขอละ รอบหน้ายืนเล่นให้พี่เถอะ พอเวทีไม่สูง แล้วชิบะนั่งเล่น พี่คือมองไม่เห็นเลยยย)
หลังจากนั้นก็เป็นเพลง “Never Ending Story” และ Kroi ยังยกขบวนเพลงฮิตมาต่อเนื่อง เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเพลงด้วยเพลง “Method” ที่ใครดู SAKAMOTO DAYS ก็คงจะคุ้นหูกันดี พอได้ฟังเพลงนี้สด ๆ คือรู้สึกประทับใจตรงที่ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นชัดมาก ๆ ชอบที่ได้ยินซาวด์เบสและคีย์บอร์ดใส ๆ แบบชัด ๆ
ก่อนจะเข้าสุดโหมดกรันจ์ร็อกชวนโยกอย่าง “Hyper” ที่สำหรับเราแล้วคิดว่าไลฟ์เพลงนี้อิมแพ็คมาก ๆ และทำให้เรากลับมาฟัง Hyper วนอยู่เป็นสัปดาห์

แล้วต่อด้วยเพลง “HORN” ที่กีตาร์อินโทรของอุจิดะคือดีมากกก และเป็นเพลงที่คึกคักสุด ๆ คนดูพร้อมใจกันร้อง Hoo wee hoo… กันเสียงดังพร้อมเพรียง ก่อนจะปิดท้ายด้วยอีกเพลง “Shincha” ที่น่าหลงใหล ถ่ายทอดผ่านจังหวะที่ช้าลง และค่อย ๆ คูลดาวน์เราลงอย่างชวนผ่อนคลาย
ก่อนจะกลับขึ้นมาเล่นอีกเพลงหลังอังกอร์ด้วยเพลง “Juden” เผยให้เห็นเสน่ห์ของแต่ละคนที่ถ่ายทอดผ่านเครื่องดนตรีที่พวกเขาแต่ละคนถนัดได้อย่างชัดเจน กับท่วงทำนองที่ชวนคนดูร้อง Everybody Funky และโยกมันกันจนจบ แถมทิ้งทวนความสนุกด้วยการเล่นเพลง 1-100 อีกรอบ

เป็นอีกคอนเสิร์ตท้ายปีที่ครื้นเครงสุด ๆ และสนุกมากที่ได้เห็นสมาชิกทั้งห้า shine ผ่านการเล่นเครื่องดนตรีที่พวกเขาถนัด และในขณะเดียวกันก็ได้เห็นว่าทั้งห้าคนเคมีเข้ากันดีสุด ๆ
เสียดายที่ไม่ได้ฟัง Jewel, Finch, Balmy Life และ Atami ขนาดพยายามบอกกับวงตอนช่วงไซน์ว่าอยากฟัง Jewel ก็ยังไม่เป็นผล วงฟังไม่เข้าใจ เพราะสำเนียงอังกฤษที่เราใช้ 555 หวังว่าจะมีโอกาสได้ดูไลฟ์ของวงในไทยอีก และรอบหน้าจะซ้อม Jewel สำเนียงญี่ปุ่นไปพูดด้วยอีกทีนะ
ติดตามและอัปเดตข่าวสารของ Kroi ได้ทาง
Website l x l Instagram l YouTube l TikTok
